เกือบจะโดนเผาเครื่อง หลังจากที่ถูกยิงนำไปก่อน 2-0 ในครึ่งแรก

เกือบจะโดนเผาเครื่อง

เกือบจะโดนเผาเครื่อง สวมบทซูเปอร์ฮีโร่ซัด 2 ประตูช่วยให้ “หงส์แดง” 

เกือบจะโดนเผาเครื่อง จบแมตช์ด้วยการเสมอ 2-2 ในเกมอุ่นเครื่องที่ประเทศออสเตรีย

1.ทีมยังขาดความสมบูรณ์

มีเวลาราวๆ 2 อาทิตย์ก่อน เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดู 2020/2021 จะประเดิม สิ่งที่น่าวิตกที่สุด สำหรับกองทัพ “หงส์แดง” ในช่วงเวลานี้ ก็คือ ความสมบูรณ์สำหรับการเล่นเกมรุก-รับของพวกเขา ซึ่งเห็นได้อย่างเห็นได้ชัด ในแมตช์เสมอกับ เรดบูลล์ส ซัลซ์บวร์ก 2-2 เมื่อวันอังคารก่อนหน้านี้

แม้ว่าจะเป็น แมตช์เตรียมพร้อม ก็ตาม แม้กระนั้นฟอร์มของ “เดอะ เร้ดส์” ไม่เข้าตาเท่าไรนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในครึ่งแรก ที่สำคัญ ผลงานของเกมรับ ก็ดูเหมือนกับว่าเล่น อย่างรนราน ในช่วงเวลาที่จังหวะเสีย ประตูแรก มาจากการเล่น ที่หละหลวมระหว่าง ฟาบินโญ่ กับ โจ โกเมซ เอาฤกษ์เอาชัย

สำหรับเกมนี้ กรุ๊ปชุดแรกของ ลิเวอร์พูล นั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดชุดที่อดทนที่สุดลงสู่สนาม แต่ว่าผลงานที่ออกมากลับเล่นได้อ่อนปวกเปียกโดยยิ่งไปกว่านั้นในตอน 45 นาทีแรกกรุ๊ปไม่ได้ประดิษฐ์เกมอะไรมากสักเท่าไรนัก สวนการ ซัลซ์บวร์ก ที่เล่นได้ดีมากมายๆและได้ประตูนำ 2-0 ในตอน 15 นาทีเท่านั้นเอง

แม้ว่าจะมองโลกในด้านบวกก็บางครั้งอาจจะดูได้ว่านี่เป็นเพียงแค่การเคาะสนิทเท่านั้น แต่ว่าถ้า คล็อปป์ ยังไม่รีบกระตุ้น ผู้ร่วมทีมให้เปลี่ยนแปลงศักยภาพ ในการเล่นเพื่อจะกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีเยี่ยมที่สุด งานนี้คงจะมีหวังที่จะต้องเจอกับงานสุดหินสำหรับเพื่อการคุ้มครองปกป้องแชมป์พรีเมียร์ลีก แน่นอน

เกือบจะโดนเผาเครื่อง

หากถึงช่วงเวลาคับขันนักเตะก็พร้อมที่จะลงไปพลิกสถานการณ์

2. บรูว์สเตอร์ พร้อมที่จะอยู่ในแผนของ คล็อปป์

ถ้าเกิดจะมองหาผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในสนามเกมนี้ บางทีอาจต้องยกให้ ริอาน บรูว์สเตอร์ ซึ่งสวมบทวีรบุรุษในแมตช์นี้เมื่อลงสนามในตอนครึ่งชั่วโมงในที่สุดของเกม แล้วก็จัดแจงซัด 2 ประตูทำให้ หงส์แดง ไม่ต้องโดนเผาเครื่องในแมตช์อุ่นเกือกครั้งนี้

หลังจากที่ลงสนามไม่ถึง 10 นาที บรูว์สเตอร์ ก็แผลงฤิทธ์ ด้วยการประสานงานกับ เจมส์ มิลเนอร์ ก่อนจะเจ้าตัว จะยิงประตูตีไข่แตก ได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะเดียวกันในนาทีที่ 80 หัวหอกดาวรุ่งพุ่งแรงโชว์การยิงที่สุดสวยช่วยตีเสมอให้กับ “ลิเวอร์พูล”

แน่นอนว่า หากดูจากเรื่องจริงแล้ว ขณะนี้ บรูว์สเตอร์ อาจจะมีช่องทาง ไม่มากนัก สำหรับในการสอดแทรก เข้ามาเป็นตัวจริง เพราะว่าทีมมี 3 ประสานเกมรุกอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยืนเป็นตัวหลัก แต่ว่าจากฟอร์มของเขาในช่วงปรีซีซั่นที่ซัดรวมไปแล้ว 3 ประตู คงจะทำให้ คล็อปป์ ได้ขบคิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานผู้ร่วมทีมรายนี้

ดังนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจอะไรแน่นอนหาก กุนซือชาวเยอรมัน จะตัดสินใจใส่ชื่อของ บรูว์สเตอร์ ลงสนามในแมตช์ที่จะปะทะกับ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เจ้าของแชมป์เอฟเอ คัพ ที่สนามเวมบลีย์ ศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ข่าวบอลล่าสุด

3. มินามิโนะ พัฒนาฟอร์มอย่างต่อเนื่อง

อีกประเด็นดีๆสำหรับ หงส์แดง ในแมตช์นี้ก็คือวิวัฒนาการของ ทาคุมิ มินามิโนะ จอมทัพกลุ่มชาติประเทศญี่ปุ่น ภายหลังที่เจ้าตัวถูกส่งมาเล่นในช่วงหลัง ในแมตช์ปะทะกับสังกัดเดิมเก่า และก็สามารถโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ จนกระทั่งช่วยในการเปลี่ยนเกมให้กับ “ลิเวอร์พูล” อย่างยิ่งจริงๆ ดูบอลสด

แนวรุกชาวแดนอาทิตย์อุทัย โชว์ฟอร์มได้อย่างเด่น ในการลงสู่สนาม ที่เขาคุ้นเคย (เรดบูลล์ อารีน่า) โดยเขาโชว์ลีลา การดึงเลื้อย แล้วก็การสัมผัสบอล ที่ยอดเยี่ยม และก็มีส่วนกับประตูตีไข่แตกของกรุ๊ป นอกนั้นยังคอยป่วนปั่นเกมรับของ ซัลซ์บวร์ก ได้โดยตลอด ซึ่งสิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องดีที่กรุ๊ปประสงค์มากๆ

จริงๆแล้วฟอร์มการเล่นของ มินามิโนะ ดีวันดีขึ้นในตอนที่ “เดอะ เร้ดส์” เก็บตัวฝึกซ้อมปรีฤดูกาล โดยก่อนหน้านี้เขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจในกมที่ช่วยกรุ๊ปถลุง “ม้าขาย” สตุ๊ตการ์ท 3-0 เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ และจากนั้นก็มีความเป็นไปได้สูง ที่นักเตะ จะโชว์คุณภาพที่แท้ กับการเล่นให้กับยอดกรุ๊ป ที่ถิ่นแอนฟิลด์ ในอนาคต

ในเวลานี้ สิ่งที่น่าดึงดูดมากมายๆก็คือถ้าหาก คล็อปป์ เลือกที่จะใช้แผนด้วยการส่ง มินามิโนะ ลงเล่นในเกมชิงโล่การกุศล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ แน่ๆว่า นี่เป็นโอกาสดีเลิศ ที่จะทำให้นักฟุตบอล งัดฟอร์มเก่งออกมา ในการสู้กับกลุ่มของที่ปรึกษา มิเกล อาร์เตต้า รวมทั้งยังเป็นการเรียกความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับเขาด้วย