แม้ว่าจะเหลือแค่
ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

แม้ว่าจะเหลือแค่ 10 คน หลังโดนไล่ออกตั้งแต่แรก แต่ทว่าช่วงหลังมาซัดจุดลูกโทษ

แม้ว่าจะเหลือแค่ มากระแทกให้ “เดอะ ฟ็อกซ์” ไล่ตีเสมอฉับพลัน 1-1 แบ่งแต้มกันไป

แม้ว่าจะเหลือแค่ บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เจ้าบ้าน อันดับ 15 เปิดเซนต์ แมรี่ส์รับการมาเยี่ยม ทีมอันดับ 3 ของตาราง โดยผลงานในลีกปัจจุบันนั้น “นักบุญ” บุกไปปราชัย สเปอร์ส 1-2 ส่วน “จิ้งจอกสยาม” เชือดเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 เตรียมคอยรับข่าว

เริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 2 ตอน เซาธ์แฮมป์ตัน ชวดได้ประตูขึ้นนำอย่างโชคร้ายหลังวางบอลให้ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส หลุดเข้าไปจ่ายบอลเข้าก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ว่าผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าของอดีตกาลฟูลแบ็กไก่เดือยทองไปก่อน

ตอน 8 เกมสวนกลับของ “นักบุญ” เกือบจะได้ลุ้นอีกครั้งหลัง มินามิโนะ วิ่งไปบีบคั้นคากลาร์ โซยุนคู แม้ว่าจะเหลือแค่ จนกระทั่งเสียบอล ก่อนที่จะมาถึง เช อดัมส์ ผ่านเข้ากึ่งกลางให้ เนธาน เตลล่า วิ่งมาแปด้วยขวาแต่ว่าบอลค่อยไปก่อนเข้ามือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

แม้ว่าจะเหลือแค่

ตอน 10 เจ้าถิ่น เซาธ์แฮมป์ตัน จะต้องเหลือเพียง 10 คนอย่างเร็วหลัง ที่ยืนเป็นตัวท้ายที่สุด ทำแทงอลก่อนพุ่งไปทิ่ม เจมี่ วาร์ดี้ ที่กำลังหลุดเข้าไปในกรอบจุดโทษ

ผู้ตัดสินเป่าให้ฟาวล์แก่กลุ่มเยี่ยมและก็เป็นใบแดงของ เวสเตอร์การ์ด ก่อนที่จะ แมดดิสัน จะปั่นฟรีคิกอ้อมกำแพงถากเสาแรกออกไปแบบจวนเจียน

ช่วง 15 ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล จำต้องแก้เกมด่วนหลังตัวผู้เล่นน้อยกว่า ด้วยการเปลี่ยนเอา โมฮาเหม็ด ซาลิซู ลงไปเล่นแทน เนธาน เตลล่า แต่ว่าเจ้าถิ่น หากแม้ต้วจะน้อยกว่า

แต่ว่าสร้างจังหวะเกือบจะได้ลุ้นขึ้นนำหลัง ช่วง 17 ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส พาบอลขึ้นมาเองก่อนป้ายออกซ้ายให้ เนธาน เร้ดมอนด์ ตะบันด้วยขวาจากนอกกรอบแม้กระนั้นบอลก็ยังไปติดเซฟของ ชไมเคิ่ล ที่ตีออกมาได้

ถึงแม้กองทัพ จิ้งจอก ตัวจะมากยิ่งกว่ารวมทั้งบีบคั้นได้มากกว่า แม้กระนั้นจำเป็นต้องคอยถึง ช่วง 34 ถึงจะหาจังหวะส่องเข้ากรอบหนแรก หลัง ยูริ ตีเลมันน์ ผ่านบอลให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ก่อนศูนย์หน้าชาวไนจีเรียจะกลับบอลซัดนอกกรอบด้วยซ้ายแต่ว่ายังค่อยไปเข้ามือ แม็คคาร์ธี่ ข่าวบอลล่าสุด

กลุ่มเยือนได้ลุ้นอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะเหลือแค่ ประมาณ 37 แมดดิสัน ได้ส่องไกลจากนอกกรอบ แต่ว่ายังปั่นบอลไม่ผ่านมือนายด่านนักบุญ แล้วไม่ถึง ถัดมา อิเฮียนาโช่ ป้ายออกขวาให้ ยูริ ตีเลมันส์ เพิ่มเติมเข้ามาซัดเสาแรกบอลพุ่งแรงแม้กระนั้นยังไปตรงตัว อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ใช้ขาเซฟเอาไว้ได้

 

จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันมิได้ เซาท์แฮมพตัน ที่เหลือ 10 แข้ง เสมอ 0-0

ช่วงหลัง นาที 59 เจ้าของบ้านที่ตัวน้อยกว่ามาได้ลูกที่จุดลูกโทษ หลัง สจ๊วร์ต อาร์สตรอง ซัดบอลไปโดนแขน เคเลชี่ ผู้ตัดสินเป่าให้จุดลูกโทษแก่เซาธ์แฮมป์ตันโดยทันที ซึ่ง วีเออาร์ ก็การันตีเป็นแฮนด์บอล ก่อนที่จะ วอร์ด-เพราส์ จะรับหน้าที่ซัดจุดลูกโทษ เข้าไปไม่พลาดให้ “นักบุญ” ขึ้นนำ 1-0

เลสเตอร์ หลังเสียประตูโหมบุกอย่างมาก ประมาณ 63 เจมส์ ได้ส่องนอกกรอบ แต่ว่าบอลยังหลุดกรอบออกไป อีก 4 จังหวะต่อมา อาโยเซ่ เปเรซ ไหลเข้ากึ่งกลางให้ เจมส์ แมดดิสัน ได้ทดลองอีกทีรวมทั้งโอกาสนี้ปั่นไปเสาไกลบอลโค้งแทบลอดเข้าแต่ว่ายังโดน อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ปัดปลายมือออกไปได้

แม้ว่าจะเหลือแค่

แม้กระนั้นแล้ว ประมาณ 68 มาไล่ตีเสมอ 1-1 ได้เสร็จ จากจังหวะที่ เอ็นดิดี้ ตอกส้นให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ เปิดด้วยซ้ายมาเสาแรกให้ จอนนี่ อีแวนส์ โฉบมากระแทกบอลเข้าไปอย่างเด็ดขาด

ตอน 83 กลุ่มเยี่ยมที่ไล่บี้อย่างมาก แทบได้ประตูแซงขึ้นนำ หลัง เจมี่ วาร์ดี้ ซัดในกรอบ 6 หลาไปติดเซฟแม็คคาร์ธี่ ก่อนที่จะ อาโยเซ่ เปเรซ จะตามซ้ำไปติดบล็อค ถึงแม้บอลจะเลยมาเข้าทาง ยูริ ตีเลมันส์ อีกครั้งแต่ว่าห้องเครื่องชาวเบลเยียมก็ซัดหลุดกรอบออกไป

ครั้ง 89 แทบได้ลุ้นประตูขึ้นนำอีก ครั้งนี้ มาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดโค้งมาในกรอบให้ เคเลชี่ โฉบขึ้นกระแทกก่อนบอลไปไถลโดน อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ปัดออกหลังได้ ดูบอลสด

จบเกม เซาธ์แฮมป์ตัน ที่เหลือ10คนตั้งแต่ตอน10นาทีแรก เสมอกับ เลสเตอร์ สิตี้ 1-1 แบ่งแต้มกลุ่มละหนึ่งคะแนน เลสเตอร์ ยังรั้งอันดับ 3 มีเพิ่มเป็น 63 คะแนนทิ้งห่าง เชลซี อันดับ 4 ที่แข่งขันน้อย 5 คะแนน ส่วน “นักบุญ” แพ้เกมที่ 3 ต่อเนื่องกัน มีเพิ่มเป็น 37 คะแนนแซงเบิร์นลี่ย์รั้งอันดับ 14

  • รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ – ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, แยน เบ็ดนาเร็ก, แยนนิค เวสเตอร์การ์ด (ใบแดง น.10), แจ็ค สตีเฟ่นส์ – ทาคูมิ มินามิโนะ (อิบราอิม่า ดัยัลโล่ น.76), เจมส์ วอร์ด-เพราส์, สจ๊วร์ต อาร์สตรอง, เนธาน เตลล่า (โมฮาเหม็ด ซาลิซู น.15) – เช อดัมส์ (ดาเนี่ยล เอ็นลุนดูลู น.90+1) , เนธาน เร้ดมอนด์

เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-1-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เวสลี่ย์ โฟฟาน่า (อาโยเซ่ เปเรซ น.46), จอนนี่ อีแวนส์, คากลาร์ โซยุนคู – ทิโมธี กาสตานเญ่, วิลฟรีด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลมันส์, ลุค โธมัส (มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.69) – เจมส์ แมดดิสัน – เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, เจมี่ วาร์ดี้

ปิดความเห็น บน แม้ว่าจะเหลือแค่ 10 คน หลังโดนไล่ออกตั้งแต่แรก แต่ทว่าช่วงหลังมาซัดจุดลูกโทษ